ระบบค้นหาของ Google กำลังเปลี่ยนไปมากแค่ไหน? สรุปสิ่งที่จะแตกต่างไปจากเดิม
โดย:
เนิร์ดกาย
[IP: 171.99.128.xxx]
เมื่อ: 2026-05-21 10:24:27
ระบบค้นหาของ Google กำลังเปลี่ยนไปมากแค่ไหน? สรุปสิ่งที่จะแตกต่างไปจากเดิม
ระบบค้นหาของ Google (Google Search) กำลังได้รับการปรับโฉมใหม่ ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้อ้างว่าเป็นการ "อัปเดตครั้งใหญ่ที่สุด" ของแพลตฟอร์มในรอบกว่า 25 ปี
ในงาน Google I/O เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม Google ได้ประกาศว่าแถบค้นหาอันเป็นเอกลักษณ์จะเปลี่ยนไป โดยจะมีการรวมความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามากขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดย Gemini 3.5 Flash ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวของบริษัท
ย้อนกลับไปในปี 2025 Google ได้เปิดตัว "AI Mode" ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาขั้นสูงที่ผู้ใช้สามารถสลับไปใช้งานเพื่อสัมผัสประสบการณ์การค้นหาในรูปแบบของการสนทนา คล้ายกับแชตบอต AI อย่าง ChatGPT หรือ Claude ทั้งนี้ การอัปเดตใหม่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับ AI Mode เป็นหลัก ส่วนระบบการค้นหาแบบดั้งเดิมที่ผู้ใช้คุ้นเคย ซึ่งก็คือการแสดงรายการลิงก์สีน้ำเงินหลังจากพิมพ์คำค้นหา จะยังคงมีให้ใช้งานต่อไป โดยจะมีการอัปเดตเพียงเล็กน้อยในส่วนของ AI Overview (ข้อมูลสรุปโดย AI) ตามแถลงการณ์ของ Google ที่ระบุไว้
หากคุณสนใจที่จะลองใช้งานระบบค้นหาแบบใหม่ของ Google และนี่คือสิ่งที่คุณควรทราบ
แถบค้นหาแบบเดิมของ Google จะหายไปหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ แถบค้นหาแบบดั้งเดิมของ Google จะยังคงอยู่และไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก โดยผู้ใช้ที่ชื่นชอบประสบการณ์การค้นหาแบบเดิมยังคงสามารถพิมพ์คำถามหรือคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เพื่อรับรายการลิงก์สีน้ำเงินไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม
การอัปเดตส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ Google Search AI Mode ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้โดยการคลิกที่คำว่า "AI Mode" หรือปุ่มเครื่องหมายบวก (+) ที่อยู่ภายในแถบค้นหา
แถบค้นหาแบบใหม่ของ Google มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
เนื่องจากการอัปเดตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระบบ AI Mode เรามาเจาะลึกรายละเอียดของฟีเจอร์ใหม่ ๆ กัน:
การสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
แถบค้นหาในระบบ Google AI Mode จะทำงานในลักษณะของการสนทนาโต้ตอบคล้ายกับแชตบอต AI ทั่วไป และผู้ใช้ยังสามารถถามคำถามต่อเนื่อง (Follow-up questions) จากผลลัพธ์เดิมได้อีกด้วย
การเปิดตัวตัวแทนค้นหา (Search Agents)
Google ได้เปิดตัว "Search agents" ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว AI โดยเอเจนต์เหล่านี้จะทำงานอยู่เบื้องหลังเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยดึงข้อมูลจากบล็อก เว็บไซต์ข่าว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย และตลาดออนไลน์ต่าง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการทราบในทันทีที่มีนักกีฬามืออาชีพคนโปรดประกาศร่วมมือเปิดตัวรองเท้าผ้าใบ รุ่นพี่เอเจนต์ของคุณจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ทันที เพื่อไม่ให้คุณพลาดโอกาสนั้น
ความสามารถในการจองที่ดียิ่งขึ้น
เมื่อใช้งาน AI Mode ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงระบบการจองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการจองร้านอาหาร งานอีเวนต์ที่มีการจำหน่ายตั๋ว และนัดหมายการดูแลความงาม
คุณเพียงแค่แชร์เกณฑ์เฉพาะของคุณ เช่น "ต้องการหาห้องคาราโอเกะส่วนตัวสำหรับ 6 คนในคืนวันศุกร์ที่เสิร์ฟอาหารรอบดึก" ระบบการค้นหาจะรวบรวมราคาล่าสุดและสถานะว่างพร้อมลิงก์ตรงเพื่อให้คุณคลิกเข้าไปทำการจองผ่านผู้ให้บริการที่คุณเลือกได้ทันที
นอกจากนี้ สำหรับบางหมวดหมู่ เช่น การซ่อมแซมบ้าน ความงาม หรือการดูแลสัตว์เลี้ยง ระบบค้นหาจะสามารถโทรศัพท์ติดต่อธุรกิจเหล่านั้นในนามของผู้ใช้ได้ โดยผู้ใช้จะต้องตอบคำถามตามระบบก่อนที่ Google จะทำการโทรออก และจะได้รับข้อความสรุปการสนทนาหลังจากวางสาย ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดตัวในช่วงฤดูร้อนนี้
Google Antigravity พร้อมใช้งานแล้วบนระบบค้นหา
Google Antigravity ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน เป็นโปรแกรมพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สามารถสร้างแอปพลิเคชันจากคำสั่งข้อความ (Prompts) แทนที่จะเป็นการเขียนโค้ดแบบดั้งเดิม
จากการอัปเดตล่าสุด Google Antigravity จะพร้อมใช้งานใน AI Mode ของ Google Search แล้ว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถร้องขอภาพกราฟิก ตาราง แผนภูมิ หรือแบบจำลอง (Simulations) ที่สามารถโต้ตอบได้ โดยระบบนี้จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานในช่วงฤดูร้อนนี้
ตัวอย่างเช่น Google Antigravity สามารถสร้างระบบติดตามการออกกำลังกายแบบโต้ตอบ (Interactive fitness tracker) ให้กับผู้ใช้ที่ต้องการเริ่มต้นตารางการดูแลสุขภาพและการจัดโปรแกรมเวลเนสใหม่ โดย Antigravity จะเขียนโค้ดระบบติดตามนั้นขึ้นมา ซึ่งอาจรวมถึงตารางการออกกำลังกายรายสัปดาห์ ระบบบันทึกอาหาร และแผนที่สด (Live map) สำหรับเส้นทางการออกกำลังกายกลางแจ้ง
การเชื่อมโยงข้อมูลกับ Gmail, Photos และ Calendar
ระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล (Personal Intelligence) ของ Google จะพร้อมใช้งานใน AI Mode เวอร์ชันอัปเดตใหม่นี้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ Google เช่น Gmail, Photos และในอนาคตอันใกล้คือ Calendar เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และคำตอบที่ปรับให้เข้ากับบุคคล (Personalized responses) มากยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานระบบค้นหา
ระบบค้นหาของ Google (Google Search) กำลังได้รับการปรับโฉมใหม่ ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้อ้างว่าเป็นการ "อัปเดตครั้งใหญ่ที่สุด" ของแพลตฟอร์มในรอบกว่า 25 ปี
ในงาน Google I/O เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม Google ได้ประกาศว่าแถบค้นหาอันเป็นเอกลักษณ์จะเปลี่ยนไป โดยจะมีการรวมความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามากขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดย Gemini 3.5 Flash ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวของบริษัท
ย้อนกลับไปในปี 2025 Google ได้เปิดตัว "AI Mode" ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาขั้นสูงที่ผู้ใช้สามารถสลับไปใช้งานเพื่อสัมผัสประสบการณ์การค้นหาในรูปแบบของการสนทนา คล้ายกับแชตบอต AI อย่าง ChatGPT หรือ Claude ทั้งนี้ การอัปเดตใหม่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับ AI Mode เป็นหลัก ส่วนระบบการค้นหาแบบดั้งเดิมที่ผู้ใช้คุ้นเคย ซึ่งก็คือการแสดงรายการลิงก์สีน้ำเงินหลังจากพิมพ์คำค้นหา จะยังคงมีให้ใช้งานต่อไป โดยจะมีการอัปเดตเพียงเล็กน้อยในส่วนของ AI Overview (ข้อมูลสรุปโดย AI) ตามแถลงการณ์ของ Google ที่ระบุไว้
หากคุณสนใจที่จะลองใช้งานระบบค้นหาแบบใหม่ของ Google และนี่คือสิ่งที่คุณควรทราบ
แถบค้นหาแบบเดิมของ Google จะหายไปหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ แถบค้นหาแบบดั้งเดิมของ Google จะยังคงอยู่และไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก โดยผู้ใช้ที่ชื่นชอบประสบการณ์การค้นหาแบบเดิมยังคงสามารถพิมพ์คำถามหรือคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เพื่อรับรายการลิงก์สีน้ำเงินไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม
การอัปเดตส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ Google Search AI Mode ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้โดยการคลิกที่คำว่า "AI Mode" หรือปุ่มเครื่องหมายบวก (+) ที่อยู่ภายในแถบค้นหา
แถบค้นหาแบบใหม่ของ Google มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
เนื่องจากการอัปเดตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระบบ AI Mode เรามาเจาะลึกรายละเอียดของฟีเจอร์ใหม่ ๆ กัน:
การสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
แถบค้นหาในระบบ Google AI Mode จะทำงานในลักษณะของการสนทนาโต้ตอบคล้ายกับแชตบอต AI ทั่วไป และผู้ใช้ยังสามารถถามคำถามต่อเนื่อง (Follow-up questions) จากผลลัพธ์เดิมได้อีกด้วย
การเปิดตัวตัวแทนค้นหา (Search Agents)
Google ได้เปิดตัว "Search agents" ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว AI โดยเอเจนต์เหล่านี้จะทำงานอยู่เบื้องหลังเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยดึงข้อมูลจากบล็อก เว็บไซต์ข่าว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย และตลาดออนไลน์ต่าง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการทราบในทันทีที่มีนักกีฬามืออาชีพคนโปรดประกาศร่วมมือเปิดตัวรองเท้าผ้าใบ รุ่นพี่เอเจนต์ของคุณจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ทันที เพื่อไม่ให้คุณพลาดโอกาสนั้น
ความสามารถในการจองที่ดียิ่งขึ้น
เมื่อใช้งาน AI Mode ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงระบบการจองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการจองร้านอาหาร งานอีเวนต์ที่มีการจำหน่ายตั๋ว และนัดหมายการดูแลความงาม
คุณเพียงแค่แชร์เกณฑ์เฉพาะของคุณ เช่น "ต้องการหาห้องคาราโอเกะส่วนตัวสำหรับ 6 คนในคืนวันศุกร์ที่เสิร์ฟอาหารรอบดึก" ระบบการค้นหาจะรวบรวมราคาล่าสุดและสถานะว่างพร้อมลิงก์ตรงเพื่อให้คุณคลิกเข้าไปทำการจองผ่านผู้ให้บริการที่คุณเลือกได้ทันที
นอกจากนี้ สำหรับบางหมวดหมู่ เช่น การซ่อมแซมบ้าน ความงาม หรือการดูแลสัตว์เลี้ยง ระบบค้นหาจะสามารถโทรศัพท์ติดต่อธุรกิจเหล่านั้นในนามของผู้ใช้ได้ โดยผู้ใช้จะต้องตอบคำถามตามระบบก่อนที่ Google จะทำการโทรออก และจะได้รับข้อความสรุปการสนทนาหลังจากวางสาย ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดตัวในช่วงฤดูร้อนนี้
Google Antigravity พร้อมใช้งานแล้วบนระบบค้นหา
Google Antigravity ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน เป็นโปรแกรมพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สามารถสร้างแอปพลิเคชันจากคำสั่งข้อความ (Prompts) แทนที่จะเป็นการเขียนโค้ดแบบดั้งเดิม
จากการอัปเดตล่าสุด Google Antigravity จะพร้อมใช้งานใน AI Mode ของ Google Search แล้ว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถร้องขอภาพกราฟิก ตาราง แผนภูมิ หรือแบบจำลอง (Simulations) ที่สามารถโต้ตอบได้ โดยระบบนี้จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานในช่วงฤดูร้อนนี้
ตัวอย่างเช่น Google Antigravity สามารถสร้างระบบติดตามการออกกำลังกายแบบโต้ตอบ (Interactive fitness tracker) ให้กับผู้ใช้ที่ต้องการเริ่มต้นตารางการดูแลสุขภาพและการจัดโปรแกรมเวลเนสใหม่ โดย Antigravity จะเขียนโค้ดระบบติดตามนั้นขึ้นมา ซึ่งอาจรวมถึงตารางการออกกำลังกายรายสัปดาห์ ระบบบันทึกอาหาร และแผนที่สด (Live map) สำหรับเส้นทางการออกกำลังกายกลางแจ้ง
การเชื่อมโยงข้อมูลกับ Gmail, Photos และ Calendar
ระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล (Personal Intelligence) ของ Google จะพร้อมใช้งานใน AI Mode เวอร์ชันอัปเดตใหม่นี้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ Google เช่น Gmail, Photos และในอนาคตอันใกล้คือ Calendar เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และคำตอบที่ปรับให้เข้ากับบุคคล (Personalized responses) มากยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานระบบค้นหา
- ความคิดเห็น
- Facebook Comments